PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
Q4 ที่ตลาดเริ่มเงียบ แต่หุ้นเหล่านี้มีความน่าสนใจ

 

ไตรมาส 4 ของปี 2022 มีแนวโน้มที่จะเงียบเหงา ด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนของตลาด เนื่องมาจากเศรษฐกิจของสหรัฐโดยตรงและภาวะถดถอยที่กำลังใกล้เข้ามา ตลาดหุ้นในตอนนี้เป็นช่วงตลาดหมี (Bear) แต่ก็ยังเรื่องดีให้เห็นบ้าง นั่นคือภาวะเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดและมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ ในช่วงที่เหลือของปี

แม้สภาพตลาดจะดูไม่ดีในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีโอกาสในการลงทุนหุ้นอเมริกาอยู่ การลงทุนที่ถูกจังหวะจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อยู่

5 หุ้นที่น่าสนใจ สำหรับไตรมาสสุดท้าย 2022

1. Visa (V)
 
Visa มีมูลค่าในตลาด 431.58 พันล้านดอลลาร์ เป็นบริษัทการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกในตลาดหลักทรัพย์ ในปี 2021 มียอดทำธุรกรรมนับ 13 ล้านล้านครั้ง และเป็นพันธมิตรกับร้านค้ากว่า 100 ล้านแห่งทั่วโลก

ในอดีตหุ้น Visa เคยเอาชนะตลาดได้ แม้ไม่ใช่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่เติบโตเร็ว แต่การที่สร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอ ก็ทำให้เป็นจุดสนใจของนักลงทุน แม้มีช่วงย่ำแย่จากโควิด-19 บ้างในปี 2020 แต่ไม่นานก็กลับมาได้

ปี 2022 นี้มีบททดสอบใหญ่สำหรับ Visa คือการถอนบริการออกจากรัสเซีย เพื่อตอบโต้การบุกรุกยูเครนของรัสเซีย รวมถึงการรับมือกับอัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงซึ่งส่งผลกับอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินทั้งโลก แม้จะมีปัญหาเหล่านี้ แต่ในปี 2022 Visa รายงานว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 19%
 

2. Alphabet (GOOG)
 
Alphabet เป็นเครือบริษัทหลากสัญชาติ ก่อตั้งปี 2015 หลังจาก Google ปรับโครงสร้างบริษัท นอกเหนือจากเว็บไซต์ Google ก็ยังมีกิจการอื่น ๆ ในเครือ โดยปณิธานหลักของบริษัทคือการทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลก สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ได้

งบดุลและมูลค่าของบริษัทก็เป็นจุดที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย จากรายงานผลกำไรล่าสุดของ Alphabet แทบไม่ได้ผลกระทบจากภาวะถดถอยเลย ถึงหุ้นของ Alphabet จะตกลงกว่า 41% แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเกิดจากตลาดโดยรวมมากกว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพราะด้านกระแสเงินสด รายได้ และกำไร ก็ยังทำได้ดีอยู่

Alphabet ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนเป็นเงิน 70 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหุ้นสูงขึ้น คาดว่าบริษัทจะสามารถทำเงินชดเชยการซื้อคืนได้ภายใน 5 ไตรมาส เมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม 2022 บริษัททำกำไรจากการดำเนินงานได้ 30% และรายได้เติบโต 23% เทียบกับปีที่แล้ว
 

3. ASML Holdings (ASML)
 
ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ผลประกอบการดีกว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ในช่วงตลาดกำลังผันผวน ทำให้นักลงทุนพิจารณาถึงศักยภาพของบริษัทในการรับมือวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ภาวะถดถอย และเงินเฟ้อ

ASML ครองตลาดเซมิคอนดักเตอร์เกือบ 90% โดยมี Intel, Taiwan Semiconductor (TSMC) และ Samsung เป็นลูกค้าเจ้าใหญ่ เพราะเครื่องจักร EUV lithography equipment ที่ ASML ทุ่มเทพัฒนากว่า 2 ทศวรรษสามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีคุณภาพสูงได้ เป็นเพียงเครื่องเดียวที่สามารถผลิตชิปขนาดเล็กที่สุดได้

ASML เป็นผู้นำตลาดในขณะนี้และจะเป็นต่อไปอีกยาว เนื่องจากบริษัทคู่แข่งหลาย ๆ เจ้า ยังไม่สามารถผลิตเครื่องจักรที่มีศักยภาพระดับเดียวกันได้ ใน 6 เดือนแรกของปี 2022 ASML ทำยอดขายไปได้ 9 พันล้านยูโร คาดการณ์ว่าเมื่อจบปียอดขายจะเติบโตสูงกว่าปี 2021 อีก 10%
 

4. Amazon (AMZN)
 
Amazon รายงานยอดรายรับในไตรมาสสองว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หุ้นขึ้น 14% มีผลตอบแทนอยู่ที่ 121 ล้านดอลลาร์ จากรายได้การดำเนินงานที่ 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดีที่ประเมิณไว้ราว ๆ 10%

Amazon เป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจคลาวด์ ในฐานะผู้ให้บริการ IaaS Amazon สามารถปรับเพิ่มหรือลดขนาดการให้บริการได้ เพิ่มศักยภาพทำธุรกิจ และคาดการณ์ว่าในปี 2025 องค์กรต่าง ๆ จะเลือกใช้บริการคลาวด์มากขึ้น ตอนนี้จึงถือว่าเป็นจังหวะดีในการลงทุนหุ้น Amazon

หุ้น Amazon ยังถือว่ามีราคาค่อนไปทางต่ำ หากเทียบกับธุรกิจคลาวด์ด้วยกันอย่าง Microsoft และ Alphabet โดยผลกำไรของ Amazon จะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อผ่านเงินเดือนพนักงาน เนื่องจากมีจำนวนพนักงานค่อนข้างเยอะ
 

5. Exxon Mobil (XOM)
 
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ Exxon Mobil ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 4.3% ในรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 แม้ยอดขายจะต่ำกว่าที่คาด แต่ทำกำไรได้สูงเกินกว่าที่ประเมิน นักวิเคราะห์มองว่านักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่ 3.74 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่ยอดจริงได้มากถึง 4.14 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ส่วนหนึ่งมาจากการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ มีสัดส่วนกำไรที่สูงขึ้น พร้อมกับการรัดเข็มขัดภายในบริษัทอย่างหนัก ทำให้ Exxon ได้กำไรรายไตรมาสที่สูงมาก รายได้เติบโตกว่า 280% เทียบแบบปีต่อปี Exxon ได้ปรับเพิ่มเงินปันผลรวม 15 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ราคาน้ำมันที่ขึ้นแม้จะส่งผลดีกับ Exxon Mobil แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำมันลงก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก เพราะธุรกิจของบริษัทยังมีโรงกลั่นแบบครบวงจรและธุรกิจเคมีภัณฑ์อีก
 
หากต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศ Phillip Global Markets เปิดให้คุณได้ลงทุนในหุ้นระดับท็อปจากตลาดต่างประเทศ เริ่มต้นเพียง 50,000 บาท มีบริการ Support 24 ช.ม.
โทร. 02-635-3055 หรือ Line: @phillipglobal คลิก https://lin.ee/q0bIxVg